เวิ้งฟ้าในคืนเดือนมืด ดวงดาวเกลือนเต็มฟ้า ระยิบระยับดั่งดวงดาวกำลังเต้นระบำ ท้องฟ้าเหมือนมีชีวิต แสงดาวเหมือนดั่งจินตนาการ แต่แสงแห่งดาวไม่เคยทับซ้อนกัน ทุกดวงดาวเป็นอิสระ

บนผืนดินก็มืดมิดและบนผืนดินก็มีดวงดาว เป็นดวงดาวที่มีอิสระยิ่งกว่าดาวบนฟ้า มันเป็นจินตนาการที่เป็นอิสระยิ่ง ในผืนป่า มันมีชีวิตจริง ๆ หิ่งห้อย มันมีชีวิตเหมือนดั่งความฝันและจินตนาการ แสงของมันสว่างเรืองรอง ยิ่งมืดมิดยิ่งขับให้แสงของมันยิ่งเด่นชัด แสงของมันเป็นอิสระในผืนป่าที่มืดมิด มีอิสระล่องลอยไปได้ตามใจปรารถนา

ห้องสี่เหลี่ยมกำแพงรอบด้าน บรรยากาศแห่งความตึงเครียดอบอวลอยู่ภายใน โต๊ะวางเรียงเป็นแถว แต่ละโต๊ะมีเด็กและผู้ใหญ่นั่งอยู่ สีหน้าของทุกคนตึงเครียดไม่ต่างกัน แม้บางคนจะมีรอยยิ้มแต่แววตายังส่อแววกังวล ทุกคนนั้งนิ่งอยู่กับที่สายตาจับจ้องไปที่ผู้หญิงที่นั้งอยู่หน้าห้อง

“เดียวจะเริ่มบอกผลสอบนะคะ” หล่อนพูดข้นพลางเอามือเปิดสมุดที่วางกองอยู่ตรงหน้าขึ้นดู เริ่มมีเสียงดังขึ้นในห้อง เด็กในห้องเริ่มแสดงสีหน้าวิตก มีรอยยิ้มเจื่อน ๆ ขึ้น พร้อมกับแววตากังวล เด็กทุกคนคงกำลังนึกถึงอับดับที่ ที่ครูกำลังจะบอกเพราะอันดับที่มันเหมือนคำตัดสิน คำตัดสินที่ใช้วัดความฉลาดและความเก่งของพวกเขา

“อะ แฮ่ม” ครูพูดขึ้น ในห้องเงียบสนิท

“คนแรก… เด็กชายหลง สอบได้ที่หนึ่ง คะ”
เสียงครูพูดจบ พลันเสียงเซ็งแซ่ทั่วห้องก็ดังขึ้นแทนที่ สายตาของเด็กทุกคนก็หันไปมองที่ หลง แววตาบ่งบอกถึงความอิจฉาและความไม่น่าเชื่อปนอยู่ แต่แววตาของหลงต่างออกไป มันเป็นแววตาของผู้ชนะและก็มีรอยยิ้มของความภาคภูมิใจในชัยชนะ

แม่ของหลงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็มีรอยยิ้มส่อความภูมิใจอย่างเหลือล้นเช่นกัน

“ลูกแม่เก่งจังเลย แม่บอกแล้ว ลูกเป็นคนเก่ง ถ้าขยันก็ทำได้” น้ำเสียงของแม่หลงมีความดีใจแทนลูก

“ต้องรีบโทรบอกคุณพ่อ คุณพ่อต้องดีใจมากแน่ๆเลย” แม่ของหลงพูดพลางหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋า

“นี้น้า วันนี้ คงต้องมีงานเลี้ยงใหญ่ ฉลองที่ลูกของแม่สอบได้ที่หนึ่งแล้วล่ะ” หลงยิ้ม

“เอ้…แล้วคุณพ่อจะซื่อของขวัญอะไรให้ลูกน้า” หลงยิ้มไม่พูดอะไร แม่เขาก็กำลังต่อสายถึงพ่อ

หลง มองไปทางเพื่อนและครูที่กำลังบอกผลสอบเกือบหมดทุกคนแล้ว เห็นสีหน้าแล้วรู้ได้ทันทีว่าแต่ละคนได้อันดับที่เท่าไร บางคนทำหน้าเสียใจที่แพ้เพื่อน ส่วนอีกคนก็กำลังยิ้มอย่างเยาะเย้ย ผ้าสีขาวได้ถูกเปื้อนสีแล้ว สีของการแก่งแย่งแข่งขัน สีเพื่อเอาชนะ เข้มบางจางบ้างต่างกันไป ยากนักที่จะเอามันออก มีแต่จะเข้มขึ้น

เสียงคุ้นๆ หูเสียงหนึ่งดังขึ้น “เป็นไงหลง เก่งขึ้นมากนะ”

หลงหันกลับไปมองตามเสียง แม่ของโอเพื่อนสนิทนั้นเอง หลง ยิ้มให้แล้วบอก ขอบคุณครับ

“นี้แหละน้าขยันแบบหลงก็ได้อันดับที่ดี ดูลูกน้าสิ อยู่บ้านนะ ไม่อ่านหนังสือเลย ดูสิผลสอบออกมาเป็นไง นี้ถ้ามันทำตัวเป็นคนดีเหมือนหนูได้ก็ดีสิ”

อีกฝากของผืนป่า มีแสงไฟมหึมาก่อตัวอยู่อย่างเงียบ ๆ ภายในสว่างไสว ที่นั้นไม่มีต้นไม้และชีวิต มีแต่สิ่งที่ถูกกำหนดขึ้นมามีแต่ตัวเลขและสิ่งสมมุติ ที่นั้นไม่ต้องการแสงใดๆ เพราะมันมีอยู่แล้ว ทั้งมันยังไม่ต้องการจินตนาการหรือความฝันใดที่แปลกแยก เพราะมันมีทางเดินอยู่แล้ว ทางเดินที่จะกำหนดให้ต้องเดิน นอกเส้นทางมองดูมืดมัวไม่มีใครกล้าไปดูว่ามีอะไร สิ่งมีชีวิตมีเพียงหิ่งห้อย แต่มันเหมือนไม่ใช่หิ่งห้อย

“ผมไปเล่นน้ำคลองที่สวนหลังบ้านโอนะครับ” หลงขอแม่ไปเล่นน้ำที่คลองของโอ ที่ซึ่งเขาและเพื่อน ๆ ไปเล่นกันเป็นประจำ บ้างก็ไปปีนต้นไม้กัน นึกว่าตัวเองเป็นสัตว์โน้นสัตว์นี้กระโดดไปกระโดดมา

“ไม่ได้นะลูก ตอนนี้ลูกต้องอ่านหนังสือแล้วนะ นี้ก็จะสอบแล้วด้วย”

“แต่ผมบอกโอเอาไว้แล้วนี่ครับ แล้วโอเขาก็ไม่เห็นอ่านเลย” หลงคิดว่าคำอ้างนี้น่าจะทำให้แม่ให้เขาไปเล่นกับเพื่อน วันนี้จะไปหาปู่ของโอด้วย ปู่ของโอเก่งมากแกสามารถนำใบและก้านกล้วยมาทำเป็นของเล่นให้หลงและเพื่อนเล่นเป็นประจำ มีของเล่นตั้งหลายอย่างที่แกทำให้เล่น

“ลูกจะไปตามเพื่อนไม่ได้นะ ลูกมีหน้าที่เรียนนะและลูกจะต้องอ่านหนังสือ ดูสิผลการสอบครั้งก่อนเป็นไง ตกลงตั้งเยอะ นี้ถ้าทำข้อสอบได้ไม่ดีจะแพ้เค้านะลูก เชื่อแม่นะ ไปเล่นกับเพื่อน จะไปเมื่อไหร่ก็ได้”

หลงฟังตามคำแม่ ใจหนึ่งอยากไปแต่อีกใจหนึ่งก็ไม่กล้าไป แต่ด้วยแม่บอกไม่ให้ไปแล้วจะไปได้อย่างไร หลงจึงไม่ได้ไปเล่นกับเพื่อนในวันนั้นและอีกหลาย ๆ ครั้ง ช่วงใกล้สอบทีไรเพื่อนมักจะไม่ค่อยเห็นหน้าหลง ขณะที่เพื่อนได้ไปเล่นของเล่นที่ปู่ของโอทำให้ ได้ฟังนิทานที่ปู่ของโอเล่าให้ฟัง หลงเองก็นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่บ้าน ศึกษาหาความรู้เพื่อเตรียมตัวจะสอบให้ได้คะแนนดี ๆ

แรก ๆ หลง ก็อ่านหนังสือไม่ค่อยรู้เรืองเท่าไร ใจยังกระวนกระวาย คิดถึงเพื่อนที่ได้ไปเล่นกัน แล้วก็อยากไปมั่ง

แต่พอผลสอบออกมาปรากฎว่าคะแนนและอันดับที่ดีขึ้นพ่อกับแม่ของหลงก็ชมใหญ่ หลง ก็รู้สึกดีที่พ่อและแม่ดีใจและอารมณ์ดีเมื่อรู้ผลสอบ

ผ่านไปอีกเทอมผลการสอบก็ดีขึ้น หลงเริ่มชินกับการอ่านหนังสือ เข้าสู่ ป.6 แล้ว หลงไม่ได้ไปเล่นกับเพื่อนเลย ตอนนี้การไปเล่นกับเพื่อนกลายเป็นสิ่งไร้สาระเสียเวลา สิ่งสำคัญสำหรับหลงตอนนี้คือผลสอบ เพราะเมื่อผลสอบออกมาดี คำชมก็มีเข้ามา หลงรับรู้ได้ เขาดีใจ เขาภูมิใจเขาอยากได้มัน เขาจึงตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือ ที่หนึ่งในห้องคือจุดมุ่งหมายของเขาในครั้งนี้ ครอบครัวจะภูมิใจในตัวเขา “เขาจะเป็นที่หนึ่ง”

นั้นไงหิ่งห้อยแสงของมันแว๊บแวบ สว่างเรืองรองอยู่ในความมืด มันกำลังลอยมาแล้ว….มาแล้ว กำลังเข้าไปสู่แสงสว่างขนาดใหญ่ มันเข้าไปในแสงสว่างแล้ว

มันลืมที่จะเปล่งแสงของมันแล้ว เมื่อมันอยู่ในแสงที่สว่างกว่า

มันเลิกที่จะบินอย่างอิสระทันทีที่มันเจอทางเดิน

และที่สำคัญ… “มันลืมไปแล้วว่ามันคือ หิ่งห้อย”

เมือง ไม้ขม