ฉันเชื่อนะว่าเธอก็เป็นคนหนึ่งที่เกิดมาบนโลกใบนี้ เธอเองก็คงไม่ต่างไปจากคนทั่วๆไป ที่ต้องการจะเจอแต่ความสุข และไม่ต้องการให้มีปัญหาหรือเรื่องราวใดๆ ให้มากระทบกระเทือนจิตใจของเธอ และมันต้องบั่นทอนลงไป แต่ในความเป็นจริงมันก็เป็นเพียงแค่ความคิดและจินตนาการของเธอแต่เพียงผู้เดียว

ฉันอยากจะบอกกับเธอว่า “สรรพสิ่งทุกอย่างที่มันเกิดขึ้นมาบนโลกใบนี้ มันเกิดมาเป็นคู่” เธอก็คือคนหนึ่งที่ต้องการไขว่คว้าหาความสุขให้กับตนเอง แต่เธอรู้ไหมว่าในเวลาเดียวกันนั้นเธอก็จะต้องเผชิญกับสิ่งที่มันมาควบคู่กับความสุข นั้นก็คือความทุกข์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

วันที่เธอกำลังมีความสุข และความสุขของเธอนั้นมันเริ่มเจือจางลงไป นั้นก็เป็นสัญญาณบอกว่าเธอกำลังจะเข้าสู่ห่วงของความทุกข์ ซึ่งมันคงจะเป็นสิ่งที่เธอไม่อยากจะเจอะเจอหรือได้สัมผัสกับมันเลย เธอเองก็คงรู้ดีว่า ความทุกข์ถ้ามันไปตกอยู่กับใครไม่ว่าจะเป็นฉันหรือเป็นเธอ มันก็ไม่ดีทั้งนั้นแหละ มันอาจจะทำให้เธอค้นหาทางออกไม่พบ หรือมันต้องจบลงอย่างไม่สวยงาม

เนื่องจากวันหนึ่งเธอกำลังเดินเล่นอยู่ในแสงสว่างที่สดใส และเกิดพลัดหลงเดินเข้าไปในห้องๆ หนึ่งซึ่งเป็นห้องที่เธอไม่อยากแม้แต่จะเดินผ่านหรือย่างกรายเข้าไปในนั้น แม้ว่าเธอจะยังไม่รู้ว่าในนั้นมันมีอะไร แต่เธอก็ไม่รู้สึกที่จะอยากสัมผัสกับมัน เพราะถ้าเธอเลือกได้หรือรู้ล่วงหน้าว่าในนั้นมันมีอะไร ฉันมั่นใจว่าเธอคงจะไม่เลือกเดินเข้าไปในนั้นแต่ในเมื่อเธอเข้าไปแล้ว เธอเองก็จะรู้สึกว่าตัวเองกำลังวิ่งอยู่ในห้องแคบ ๆ ที่มีแต่ความมืดสนิท เธอจะไม่สามารถค้นหาประตูทางออก มาสู่แสงสว่างได้ดังเดิมในห้วงเวลานั้น แต่สิ่งที่เธอจะได้รับฉันคิดว่ามันเป็นสิ่งที่จะสามารถทำให้เธอรับรู้ได้ว่าการที่เธอเดินอยู่ในวังวนแห่งความมืดเพียงลำพังมันเป็นอย่างไร

เมื่อใดที่เธอได้ยินเสียงตะโกนกู่ร้องของฉัน ที่พยายามตะโกนร้องเรียกเธออยู่ตลอดเวลา เพื่อปรารถนาจะช่วยให้เธอหลุดพ้นออกจากห้องแคบๆและความมืดมิดนั้น เธอก็คงต้องตั้งสติให้ดีและคิดว่าเสียงที่กำลังกู่ร้องอยู่นั้นมันมาจากทางใด แล้วเธอก็เดินตามเสียงนั้นจนกว่าเธอจะพบมัน ทันใดนั้นเองเธอก็จะพบเจอกับประตูทางออกสู่แสงสว่าง ฉันเองที่จะเป็นคนๆ หนึ่งที่ยืนรออ้าแขนรอรับเธออยู่หน้าประตูทางออก ที่เธอไม่สามารถมองเห็นและเปิดออกได้ แต่ฉันก็คงทำได้เพียงแค่รอว่าวันใดเธอจะเดินมาตามเสียงร้องตะโกนดังๆ ของฉันที่เรียกหาเธอ เมื่อเธอก้าวออกมาจากห้องนั้นได้แล้ว ไม่ว่าเธอจะเหนื่อยล้ากับการวิ่งวนเพียงลำพังในห้องนั้นเพียงใด เธอรู้ไหมว่าสิ่งที่เธอเผชิญมามันเปรียบเสมือนภูมิต้านทานให้กับจิตใจของเธอ ซึ่งมันจะทำให้เธอเข้มแข็งและไม่กลัวที่จะเผชิญกับมันอีก

แล้วเธอจะมีฉันเป็นคนแรกที่จะคอยปลอบและให้กำลังใจเธอ เมื่อเธอได้พบกับแสงสว่างที่เธอเคยสัมผัสมาอีกครั้ง ซึ่งฉันไม่รู้ว่าเธอจะเจอกับวังวนแบบนี้อีกกี่ครั้ง แต่นั้นไม่สำคัญเท่าสิ่งที่เธอจะได้รับจากฉันก็คือเธอจะมีฉันคนนี้ ที่เป็นเพื่อนคอยอยู่เคียงข้างเธอตราบนานเท่านาน

เมืองหนาวไม้เก่า