ประเสริฐ ดวงดี (หวัน ภูไท)

ผมเดินทางเข้าตัวเมืองจังหวัดเชียงใหม่ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อตามหาคู่สามีภรรยา อดีตชาวค่ายอาสาฯ ม.รามคำแหง สิ่งที่ทำให้ผมสนใจตัวตนพี่ทั้ง 2 นอกจากบทบาทความเป็นชาวค่ายอาสา ก็คือบทบาทการเป็นนักดนตรี เคยมีอัลบั้มเป็นของตัวเอง ในนามวง “ภูไท” และที่สำคัญที่สุดคือ เขาเป็นเจ้าของ ผู้ประพันธ์เพลง “ประชาธิปตน” อันลือลั่นในวงการกิจกรรมค่ายอาสาฯ และเป็น 1 ใน 13 เพลงในอัลบั้ม “เพลงค่ายฯ (ที่ว่าง…ระหว่างเส้นลวด 6 สาย)” ที่ผมกำลังดำเนินการอยู่

ผมมาถึงบ้านกลางทุ่งของ พี่หวัน ประเสริฐ ดวงดี และ พี่อ้อย คุณากร บุญทัน ช่วงสายๆ ของวัน หลังจากทักทายแนะนำตัวกันพอเป็นพิธี พี่หวัน ก็ขนเทป CD งานเพลงต่างๆ ของแกมาให้ผมดู แน่นอน…งานที่สะดุดตาผมที่สุดก็เทปเพลง อัลบั้ม “ประชาธิปตน” Original Version ที่พี่หวันเล่าว่า ทำมือทั้งหมดทุกขั้นตอน และผลิต copy (ใช้วิทยุที่มี 2 หัวเทป copy ที่ละม้วนๆ) ออกมาแค่ 200 ชุดเท่านั้น

“ตราบใดโลกมนุษย์ ยังไม่สุดสิ้นความโง่งม เหยียบย่ำสังคม ข่มเหงคนดี
สร้างความร้อนรุ่ม สุมไฟแห่งขุนคีรี อันโลกใบนี้จะสุขไฉน

ผ่านการหล่อหลอม ด้วยวิญญาณแห่งเสรีชน อุดมการณ์กรรมาชนฤาจักสลาย
ฤาชาวนาถือเคียว เกี่ยวข้าวจะอดตาย โอ้…ประชาธิปไตย ตอบข้าที

ทุนนิยมนั้นยังคงกอบ โกยไม่มีวันสร่าง หนทางจะสร้างสุขยังสลัว
ความทรงจำนั้นยังคงติด ตรึงไว้ในความกลัว กลัว…เงินกินใจคน

สังคมแบบนี้ ยังคงมีไฟผลาญคนจน ประชาธิปตนสร้างคนเห็นแก่ตัว
มือใครยาวสาวเอา อย่างมันส์เมามัว ฤาความเห็นแก่ตัวจะแผ่ทั่วโลกา

ฤาจะมีเส้นทางอย่างอื่นไหมที่เป็นคำตอบ เส้นทางที่เห็นชอบกับผู้โหยหา
บนทางธรรมะครองครอบจิต ใจมิใช่เงินตรา จึงร้องถามศาสดา ฤา..ข้าฝันเกินไป”

Download เนื้อเพลง คอร์ด Guitar – Click*

…มาฟังเรื่องราวเพลง “ประชาธิปตน” จากปากคำของผู้ประพันธ์เพลงที่ยิ่งใหญ่เพลงหนึ่งของชาวค่ายกันครับ

หวัน-อ้อย ภูไท แสดงสดที่ ม.รามคำแหง

อรรณพ นิพิทเมธาวี : อยากให้พี่เล่าที่มาที่ไปของเพลง

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : จริงๆ เนื้อหามันเกี่ยวกับบรรยาการศค่ายตอนนั้น น่าจะเป็น พศ. 2533-2534 ประมาณนั้น (จริงๆ ก็มีบันทึกรายละเอียดไว้ แต่ขี้เกียจรื้อ) คือเป็นคนทำกิจกรรม ก็ทำกิจกรรมออกค่ายอาสา ไอ้เรื่องดนตรีนี่เป็นมิติส่วนตัว จริงๆ ตอนนั้นผมเขียนเพลงหลากหลายด้าน เพียงแต่ว่าค่ายเองไม่มีเวทีที่หลากหลายมากพอ มันก็จะมีแต่เพลงค่ายอย่างนี้ที่ไปด้วยกันกับค่ายได้ จริงๆ ผมเองก็ยังมีมุมอื่นๆ ของการมองวิถีชีวิต

อรรณพ นิพิทเมธาวี : แล้ว….เป็นไงมาไง พี่แต่งยังไง คิดอะไรอยู่ตอนที่แต่ง

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : มันก็เนื่องจากบรรยากาศของการแสวงหา ไม่รู้นะ…. อันนี้ผมก็คุยๆ มาหลายๆ ที่ แต่ละรุ่นๆ ก็มักจะอ้างว่าตัวเองเป็นรุ่นรอยต่อ อะไรอย่างนี้ (หัวเราะ) ซึ่งเพื่อนๆ ผมก็ว่า เออ…เป็นรุ่นรอยต่อ รอยต่อก็คือ ระหว่างรุ่นเก่ากับเจเนเรชั่น ใหม่ ซึ่ง พ.ศ. ผมมันจะมีคำว่า เจเนเรชั่น เอ็กซ์ (Generation X) สมัยนี้เค้าเรียกเด็กแนวกัน สมัยโน้นเขาเรียกพันธุ์เอ็กซ์ เอ็กซ์นี่ไม่ใช่เอ็กซ์สมัยนี้นะ มันคือพวกลุย พวกห้าว คนละอย่าง

อรรณพ นิพิทเมธาวี : เนื้อเพลงมีความเป็นซ้ายสูง

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : ใช่ มันก็พื้นฐานจริงๆ ก็มาจากทฤษฎี ที่เราได้รับมาจากการถ่ายทอดจากรุ่นพี่รุ่นเก่าๆ ทฤษฎีการวิพากษ์สังคม ฝ่ายซ้ายน่ะครับ แนวคิดแนวซ้าย มีภาษาซ้ายอยู่ แต่ว่ามันใช้อธิบายสังคมได้ ผมว่าปัจจุบันก็ยังอธิบายได้อยู่ ในมุมมองของซ้าย ในการมองสังคม ในแง่ของสังคมภายนอกที่ไม่เกี่ยวกับ มิติของจิตวิญญาณ ยังอธิบายสังคมภายนอกได้ดีอยู่นะ เอาแนวคิดของฝ่ายซ้ายมาวิพากษ์สังคม จริงๆ ตอนแรกชื่อเพลง ผมก็ใช้ “ประชาธิปตน” แต่ พี่เอี้ยว ณ ปานนั้น ติว่ามันไม่มีความหมาย ผมเลยเปลี่ยนเป็น “ประชาธิปัตย์…ตน” แต่สมัยนี้คงไม่เป็นไร คุณก็เอาชื่อเดิมไปใช้…ดีแล้ว

อรรณพ นิพิทเมธาวี : มีเพลงอื่นที่เป็นลักษณะซ้ายๆ แบบนี้อีกหรือไม่ครับ …คือผมจะถามต่อว่า ถ้ามี แล้วทำไมเพลงนี้ถึงได้รับความนิยม …พี่รู้มั้ยว่าเพลงนี้ได้รับความนิยม

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : ไม่ทราบเลยครับ (หัวเราะ) มารู้เมื่อปี 2 ปีนี้เอง พอดีผมมาอยู่เชียงใหม่ประมาณ 10 ปี 10 ปีนี้นะ ก็คือ แทบจะออกมาจากสายเดิมๆ เข้ามาค้นอีกมิติหนึ่ง ที่ตัวเองอยากจะค้นหา ค้นหาจิตวิญญาณของตนเอง ทำให้ให้ตัดขาด… คือไม่ได้ติดตามข่าวคราววงการ และก็ได้ยินเมื่อปี 2 ปีนี้เอง จากรุ่นร้องจาก….ตอนม็อบ ADB ปีที่แล้ววงโฮมก็มา เขาก็บอกว่า บอกเพลงนี้เล่นกันเยอะ เล่นกันทั่วประเทศ นั่นแหละ เข้าข้างกันไป

เทปอัลบั้ม “ประขาธิปัตย์…ตน”

อรรณพ นิพิทเมธาวี : พี่รู้สึกยังไง ที่เด็กรุ่นใหม่ เอาเพลงนี่ไปเล่นกันเยอะ

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : ก็รู้สึกแปลกๆ นะครับ จริงๆ ผม … เพลงชุดประชาธิปตน เอ่อ… ตอนนั้นผมเคยไปทำงานร่วมกันกับกระจกเงาที่ออฟฟิศ ไปใช้เครื่องบันทึกเสียง เดียวกันกับที่ น้าต้อม… (สองวัย) ทำ น้าต้อมยังถามว่า โห.. ยังมีเพลงคอมมิวนิสต์แบบนี้อยู่อีกหรือ แกบอกว่ามันเป็นเพลงซ้าย มีต้นแบบซ้ายอยู่ ซึ่งผมก็รู้สึกอย่างนั้นเหมือนกันว่า เอ… พ.ศ. นี้ ยังมีคนเล่นเพลงประมาณนี้อยู่อีก

อรรณพ นิพิทเมธาวี : ฟังดูเหมือนพี่ไม่ค่อยเชื่อ พี่มองว่ามันเชยไปแล้วรึเปล่า

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : คือมองว่าสังคมมันเปลี่ยนไปเยอะ ผมยังนึกหลายๆ ครั้ง หลายๆ คราวว่า ถ้ายุคของผมมันมีอินเตอร์เน็ต มีมือถือ มันจะเป็นอย่างไร ผมก็นึกไม่ออกนะครับ ว่าลักษณะการทำงาน การเคลื่อนไหว มันจะออกมาอยู่ในรูปแบบไหน แต่ พ.ศ. นี้ เด็กรุ่นใหม่เขามีเครื่องมือพวกนี้ใช้ เขาทำงานกันอย่างไรไม่แน่ใจ แต่ทำไมเพลงผมซึ่งเป็นเพลง พ.ศ. เมื่อเกือบ 20 ปีที่แล้ว มันยังเอามาเล่นมาร้องกันอยู่

อรรณพ นิพิทเมธาวี : ความรู้สึกล่ะ พี่รู้สึกยังไง สาเหตุยังไงไม่รู้ละ…. แต่มันยังเอามาร้องกันอยู่

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : ก็แปลกใจ แปลกใจที่ว่า เออ เพลงแบบนี้… แต่ผมก็ยังมองว่ามันเป็นเฉพาะกลุ่ม ซึ่งผมไม่รู้ว่ามันเติบโตแค่ไหน ผมเข้าใจว่ามันลดลงนะ ไม่รู้ว่าลดลงรึเปล่า คนที่มาทำกิจกรรมอาสามากขึ้น หรือลดลงยังไง

อรรณพ นิพิทเมธาวี : คิดยังไงกับที่เอามาทำ การเคลือนไหวทางดนตรี
ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) :
ผมว่ามันเป็นเพลงทางเลือกนะครับ ตอนนี้ผมเองก็ทำเพลงทางเลือกให้เข้าไปอยู่ในกระแสก็คงลำบาก เพราะวัฒนธรรมการเคลื่อนไหว การเปลี่ยนแปลงในเชิงวัฒนธรรม มันเปลี่ยนไปหมด อาจจะมองว่าเพลงในกระแสทุกวันมันเป็นยังไง แล้วมามองเพลงแนวนี้มันจะอยู่ตรงไหน ผมคิดว่าคงต้องสืบเสาะพอสมควร

อรรณพ นิพิทเมธาวี : มันจะไม่มีหวังเลยที่จะให้เพลงพวกนี้เข้ามาอยู่ในกระแส?

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : ก็มันไม่ได้คาดหวังครับ เลยไม่ได้สิ้นหวังอะไร ทุกวันนี้ก็ไม่ได้คาดหวังว่า สำนึกอาสา มันจะกลับมาเป็นกระแสหลักเหมือนคนรุ่นเก่าๆ ได้ มองว่าธรรมดา ไม่ได้สิ้นหวังอะไร มันเป็นธรรมดาของโลก เพียงแต่ว่าโอเคว่า มองว่าธรรมดาไม่ได้แปลว่า จะหันหลังหรือหยุดนิ่งนะ ธรรมดาเราทำเท่าที่เราทำได้ ตามบทบาทของเรา มันจะได้ไม่ต้องไปเจ็บปวด ไปคาดหวังอะไรมากมาย

อรรณพ นิพิทเมธาวี : ถ้าพี่เขียนประชาธิปตน พ.ศ. นี้ ยังจะออกมาแบบนี้มั้ย สังคมตอนนี้

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : ผมว่าไม่เหมือน ความคิดมันเปลี่ยนไปเรื่อยๆ นะ แต่ความคิดแนวซ้ายมันมีการสั่งสมนะ อย่างงานเขียนน้องๆ รุ่นใหม่ๆ ก็ยังมีเรื่องราวพวกนี้อยู่ มันอาจจะเป็นทางผ่าน ไปสู่การมีสำนึกอาสา ได้เรียนรู้สังคม ให้มันเกิดแรงบันดาลใจ

อรรณพ นิพิทเมธาวี : เหมือนพี่ปล่อยวางแล้ว…

ประเสริฐ ดวงดี (หวัน) : (หัวเราะ) มันเป็นธรรมดา ที่ พ.ศ. นี้ยังมีคนเล่นอยู่ ถ้าพูดด้วยอารมณ์ที่ เอ่อ .. ต้องมองว่ามันเป็นทางผ่านของคนแสวงหา ถ้าปัจจุบันผมจะเขียนเพลงวิพากษ์สังคม มุมมองผมก็คงเปลี่ยน คือเอามาร้อยให้เป็นคอนเซ็ปต์ เรื่องราว คอนเซ็ปต์อัลบั้ม มันก็ยังมีมุมพี่พูดถึงบ้าง เหินสู่หาว ท่องดาวอวกาศ เพื่อแสวงหาอำนาจ นิจนิรันดร์ … คือแสวงหาทางใหม่ แม้แต่ในวรรคสุดท้ายของประชาธิปตนยังแสวงหาทางจิตวิญญาณ “จึงร้องถามศาสดา….”

ณ เชียงใหม่, กรกฎาคม 2550

ประชาธิปตน (ภาณุ เทศขยัน)

สั่งซื้อ….อัลบั้มเพลงค่ายฯ