เวทีประกวด Nescafe Music Festival

จริง ๆ ผมไม่อยากเรียกตัวเองว่าเป็น “นักดนตรี” กะเขาเท่าไร เพราะรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่

อยากเขียนเล่าเรื่องนี้มานานแล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้เขียนสักที จังหวะนี้น่าจะเหมาะสมดี

ผมไม่ได้เลือกจะเล่าช่วงเวลาที่เล่นดนตรีที่ตัวเองชอบหรือพอใจ เพราะถ้าเลือกแบบนั้น ก็ต้องเลือกงานที่เราเด่น เท่ห์ หรือคอนเสิร์ตใหญ่ ๆ งานประกวดสำคัญ ๆ ออกทีวี หรือแจมกับศิลปินดัง

แต่ผมอยากเล่าช่วงเวลาที่มีความหมายมากกว่านั้น คือในช่วงเวลาที่ผมเล่นดนตรีแล้วตัวเองมีความสุขที่สุด ซึ่งมันบังเอิญที่ช่วงเวลานั้นเกิดขึ้นตอนที่เล่นเป็น “วงดนตรี” กับเพื่อน ๆ ในวัยที่พวกเรายังละอ่อนทั้งต่อโลก อ่อนทั้งทักษะทางดนตรี เทคนิคต่าง ๆ ไร้ชื่อเสียง ไม่มีเครื่องดนตรีดี ๆ ใช้ ไม่มี Youtube สอน แกะเพลงจากเทปคาสเซ็ท เที่ยวตระเวรหาเวทีเพื่อจะได้ขึ้นไปเล่น ฟรีก็เล่น

ยังเป็นเพียงหนุ่มน้อยที่รักดนตรี มีความสุขในการเล่นทุกครั้ง วิ่งไล่ตามล่าความฝัน ฝันที่อยากจะเป็นศิลปินที่ประสบความสำเร็จ

บางคนทำได้ตามฝัน เมื่อวันเวลาผ่านไป

บางคน (อย่างผมตัวเอง) ค้นพบว่า มันไม่ใช่ฝันที่เราอยากจะไปถึงจริง ๆ

แต่ผมก็ยังรู้สึกแม้กับตัวเองคนเดียวอยู่ดีว่า ช่วงเวลานั้น คือ การเล่นดนตรีที่ผมมีความสุขที่สุด

วงดนตรี วงแรกในชีวิตผมชื่อ FORWARD

ตั้งแต่เรียน ม.3 โน้น

สมาชิกลงตัวสุด ก็คือ 5 คนในรูปภาพบนเวทีประกวด Nescafe Music Festival จำปีไม่ได้จริง ๆ น่าจะสัก 2533 – 2534

1 ในเพื่อนร่วมวง จากโลกนี้ไปแล้ว เวลานี้คงกำลังเล่นดนตรีกล่อมนางฟ้าอยู่ อีก 1 คน ในเวลาต่อมา คือสมาชิกของวงดนตรี Rock ชื่อดังอันดับต้น ๆ ชั้นตำนานวงหนึ่งของเมืองไทย

วงดนตรี วงสุดท้าย (มีแค่ 2 วงนี่แหละ) ในชีวิตผมชื่อ BigWig

รวมตัวกันเพื่อภารกิจทำเดโม เสนอค่ายเพลงดัง จากการชักชวนของมือกลอง อดีตสมาชิกวงดนตรีชื่อดังในขณะนั้นที่แยกตัวมา

ส่วนตัวผมเอง ไม่ได้อะไรกับการทำเดโมเสนอ เค้าจะรับไม่รับ ก็ช่าง แต่มันเป็นการจับกีตาร์ครั้งแรก ในรอบกว่า 5-6 ปี ที่เลิกเล่นดนตรีไปตะลอน ๆ เข้าป่า เข้าดงมา

กว่าจะรื้อฟื้นทักษะการเล่นกลับมาได้ ก็ซ้อมแล้วซ้อมอีกอยู่นาน แต่ก็นั่นแหละ ความสุขที่เกิดเพราะดนตรีมันก็กลับมาด้วย

สมาชิก 4 คน แต่มีการเปลี่ยนนักร้องช่วงท้าย ๆ ตอนนี้ 1 ในเพื่อนร่วมวงหนึ่งเป็นครูสอนดนตรี และที่เหลือยังเล่นดนตรีเป็นอาชีพอยู่ ว่าง ๆ ก็อยากไปนั่งฟังบ้างเหมือนกัน

หลัง ๆ มานี้ ผมเล่นแค่กีตาร์โปร่ง เล่น Folk ไม่ได้มีวงจริงจังอะไรอีก มีบ้างเล็กน้อย แต่ไม่ได้รู้สึกสนุกหรือสุขใจเท่ากับครั้งนั้น

หันไปมองกีตาร์ที่พิงกำแพงอยู่ ก็นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมา ภาพชีวิตการเดินทางบนถนนเส้นลวด 6 สาย สุขทุกข์ปะปน ยังคงอยู่ในใจเสมอ

มีความสุขกับดนตรีนะครับ

อรรณพ นิพิทเมธาวี
8 เมษายน 2563