
2 มกราคม 2547 – “ตรุษจีนแล้วหรือเนี่ย!” เราตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เพราะคุณยายเราโทรมาปลุกแต่เช้า แล้วถามเราว่า “ตกลงไม่มาไหว้จ้าวใช่มั้ย” คุณยายถามเรา เสียงแกมเคืองนิด ๆ
เราปฏิเสธคุณยายในทันที เพราะเรามีเรียนตอนบ่าย และรู้ว่าถ้ากลับบ้านไป คงไม่ใช่แค่ 1 วันที่ขาดเรียน เราเลยไม่คิดอะไรมาก รีบตอบไปทันที
แต่สิ่งที่ทำให้เราถึงกับตกใจก็คือคำพูด ของคุณยายที่ว่า เทศกาลของจีน เทศกาลไหน ๆ ก็มีความสำคัญทั้งนั้นมันขึ้นอยู่กับจิตใจของคน ว่าจะให้ความสำคัญแค่ไหน
เราอึ้งไปนานอยู่พักใหญ่
แล้วก็รีบเปิดโทรทัศน์ดูข่าวที่ออกส่วนใหญ่ก็เป็นเกี่ยวกับวันตรุษจีนทั้งนั้น ผู้คนมากมายไม่ว่าจะที่ไหนให้ความใส่ใจกับเทศกาลตรุษจีนเกือบทุกคน เรานึกในใจทำไมวันอื่น ๆ ที่มันน่ามีความสำคัญมากกว่านี้ ผู้คนถึงไม่นึกกันบ้าง อย่างเช่น ช่วงเวลาวันพฤษภาทมิฬ เป็นช่วงเวลาใกล้เราที่สุดแล้ว เท่าที่เราพอรู้เรื่อง ผู้คนกับลืมเหตุการณ์น่าสะเทือนในแบบนี้ไปง่าย ๆ ทั้ง ๆ ที่มันก็เป็นเหตุการณ์ที่ดูร้ายแรงพอสมควร แต่เราก็ไม่ได้ว่านะ เพียงแค่นึก ๆ ดูเท่านั้น
เราพอจะเข้าใจว่าเหตุการณ์หรือวันที่น่าสลดใจมันไม่น่าจดจำเท่าไรนัก แต่เราคิดว่ามันก็มีความสำคัญเหมือนกัน ไม่งั้นคงไม่มีวันที่เราสุขสบายกันอย่างทุกวันนี้
เทียบง่าย ๆ เห็นกันชัด ๆ “14 กุมภาพันธ์” กับ “14 ตุลาคม” เนียแค่เนี้ย
ที่เราอยากเปรียบเทียบ “14 กุมภา วันวาเลนไทน์” เป็นวันที่น่าเสียใจเหมือนกัน เพราะมีนักบวชองค์หนึ่งชื่อ “เซนต์ วาเลนไทน์” ต้องมาตายเพราะบูชาความรัก (ที่มาของวันวาเลนไทน์ – Click)
ส่วน “14 ตุลา” นิสิตนักศึกษาจำนวนมาก ต้องมาตายเพื่อเรียกร้องประชาธิปไตย เหตุการณ์ทุกอย่าง ความตั้งใจ จุดหมาย ล้วนแต่ เป็นการเสียสละทั้งนั้น แต่พอมามีวันรำลึกถึง กลับกลายเป็นว่า พวกเราคนไทยกลับให้ความสำคัญกับ วาเลนไทน์ มากกว่า 14 ตุลา ที่เกี่ยวกับคนไทยทุกคนซะอีก
เราก็งงนะ….ก็รู้ว่า เซนต์วาเลนไทน์ เค้าก็เสียสละแหละ แต่มันเกี่ยวอะไร..กับคนไทยนักนะ เมื่อเทียบกันแล้ว 14 ตุลา ทำให้ทุกคนทั้งประเทศ มีประชาธิปไตยและมีปากมีเสียงได้อย่างทุกวันนี้ แต่กลับเป็นวันที่เกือบจะถูกลืม แทบจะไม่มีใครนึกถึงเลย แต่วันวาเลนไทน์ จ้องกันเข้าไปว่าเมื่อไหร่จะเที่ยงคืนซักที จะได้รีบบอกรักแฟน ทำเซอร์ไพรส์ กุหลาบ 999 ดอก ห่อใบตองบ้าง เข้าช่อบ้าง สด ๆ จากปากคลองตลาดบ้าง เพราะห่อไม่ทัน
เราก็เลยงงว่า เซนต์ วาเลนไทน์ เค้าเกี่ยวข้องอะไรกับคนไทยนัก ผู้คนถึงจับจ้องรอ วันวาเลนไทน์ กันเหลือเกิน บอกวันอื่น มันไม่ซึ้งไง เราอยากรู้ที่บรรยายมาแบบนี้ไม่ใช่ว่าไม่เคยมีแฟนนะ มี…แล้วก็เห่อ วาเลนไทน์เหมือนกัน (เดี๋ยวจะหาว่าไม่เข้าใจหัวอกคนมีความรัก) แล้วเราก็เป็นหนึ่งคนที่หลงเข้าใจว่า วันวาเลนไทน์ หนะ สำคัญมากกกกกก เพราะเป็นวันที่เราจะได้ทำซึ้งกับแฟน
แต่แล้วมันก็ไม่ใช่อย่างที่คิด เราก็เห่อตามกระแสแต่แฟนเราไม่เห่อด้วย บอกอีกว่าไม่มีวันไหน เป็นวันรำลึกถึงความรัก หรือ เป็นวันสำคํญของความรักหรอก เพราะเรารักกันทุกวัน ถ้ามีวันใดวันหนึ่ง แสดงว่าที่ผ่านมาไม่เคยนึกถึงความรักเลยสิ
เออจริงแฮะ จริงตามที่แฟนเราพูด
แล้วยังบอกกับเราอีกว่าไปนึกถึง คนที่ตายเพื่อเรายังจะดีกว่า อย่างวัน 14 ตุลาม วันทหารผ่านศึก เป็นต้น เพราะเค้าตายเพื่อเราทุกคน เพื่อความสงบสุข ให้ทั้ง ๆ ที่เราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นญาติฝ่ายไหนกับเค้า เพียงแค่เราก็คนไทยเหมือนกัน เค้าก็ยอมที่จะเสียสละ และยอมทำให้
มัวแต่เห่อตามฝรั่ง ป่านนี้…ดวงวิญญาณนักรบไทยผู้เสียสละ น้อยใจไม่ไปเกิดกันพอดี หรือเกิดได้คงไม่มาเกิดเป็นคนไทยแล้วมั้ง คงไปเกิดเป็นฝรั่งดีกว่า คนเห่อเยอะดี
เราเห็นด้วยอย่างไม่ขัดข้อง แต่เถียงแฟนไปว่า “ทุกวันมีความสำคัญกับทุกคน มันอยู่ที่ความรู้สึกของแต่ละคนมากกว่าว่าแต่ละวันจะสำคัญแค่ไหน”
เป็นอย่างนี้มาตลอด เลยทำให้เราไม่ค่อยใส่ใจกับงานหรือเทศกาลอะไรมากนัก จนบางครั้งดูเป็นการละเลย แต่ไม่ใช่
พูดตรง ๆ เลยคือ วันสำคัญของแต่ละเชื้อชาติ มีความสำคัญ แต่ความสำคัญทางจิตใจของแต่ละคนต่างกัน ซึ่งเราก็ไม่ได้รู้สึกลบหลู่ หรือละเลยแต่อย่างใด แต่ความทางจิตใจมันน้อยก็เท่านั้น
ที่เราอยากเขียนเกี่ยวกับงานเทศกาล ก็เพราะเราเห็นมาตลอดว่าเทศกาลและวันสำคัญนั้นมันมีอิทธิพลกับคนอย่างมาก จนเปรียบเทียบกันได้ชัดอย่าง 14 กุมภา และ 14 ตุลา ตามที่เราเปรียบเทียบไปแล้ว

แต่เทศกาลความเชื่อที่มีมาแต่โบราณ เป็นสิ่งที่งดงามเสมอ เพียงแต่ความสำคัญที่แต่ละคนจะให้มันมากน้อยแค่ไหนเท่านั้นเอง อย่าง 13 เมษา วันมหาสงกรานต์ ขอโทษเถอะคะ ถ้าจะว่ากัน วันนี้พลาดไม่ได้จริง ๆ ขืนพลาดอาจขาดใจตายได้ เพราะเราต้องทำบุญให้คุณปู่และบรรพบุรุษทุก ๆ ท่านด้วย และวันนี้เป็นปีใหม่ไทยอีกต่างหาก ทั้งทำบุญสาดน้ำ พบปะญาติมิตรและออกไปสาดน้ำกันกับคนอื่น ๆ อีก โอ้ย! ไม่อยากจะนึกถึง จี๊จ๊ะหนุ่มสาว ปะแป้งหนุ่ม ๆ แอบจับแก้มสาว แค่นึกก็สนุกแล้ว
นี่ไง คุณค่าทางจิตใจที่แต่ละคนให้ความสำคัญ อย่างเราเราก็รอที่จะสาดน้ำกันกับเพื่อน และพบปะญาติมิตร ร่วมกันทำบุญมีความสุขที่จะนึกถึง และมีความสุขมากเมื่อวันนั้นมาถึงเช่นกัน
เทศกาลและวันสำคัญไม่จำเป็นต้องตามกระแสแฟชั่นหรือความนิยม อยากให้ยึดจิตใจตัวเองเป็นหลัก เพราะความสุขที่ได้ทำ และความสุขที่เราจะได้ร่วมเทศกาล มันจะเป็นความสุขที่แท้จริง ที่ออกมาจากใจ และเราจะรู้ว่า วัน ๆ นี้มันมีความสำคัญกับเรามากแค่ไหน ไม่จำเป็นต้องคนนิยม แค่มันไม่มีค่าทางจิตใจ มันก็เป็นได้แค่วันธรรมดาวันนึง
ฝากให้ลองคิดกันนิด ๆ
รวงข้าว