Showing: 1 - 10 of 37 RESULTS
บทกวี

ลำนำกำเนิดดาว (QuaOs)

ริมฟากฝั่ง…ข้ายืนอยู่ลำพังคลื่นสาดซัดประดังหลอกหลอนด้วยความหลังเพียงภาพพร่า กอบทรายขึ้นในมือขยำร่วนร่วงกราวก็พราวใสนี่หรือฝุ่นละอองจากหินแก้วที่ใดใดลมน้ำโหมกระหน่ำให้แตกพลัดพรายยังไม่อาจซ่อนเค้าแวววาวเดิม ทั่วร่างข้าแม้ระคายทรายหยาบพอได้มึนชาเริ่มเหนื่อยล้าจนนอนทอดตาหรี่มองเบื้องฟ้าสูงอากาศชุ่มชื้นชักพาให้เคลิ้มคล้อยง่วงงุนแต่ในสติยังตรึกด้วยนึกพิศวงสงสัย กลางทุ่งหญ้านานาพืชพันธุ์ชูใบระบัดพรรณหลังสร่างฝนแสงจันทร์คราวคืนสว่างนวลแหวกเมฆหม่นสะท้อนแสงคงระริกแหลมคล้ายมณีมีเหลี่ยมมุมในใจกลางหยาดน้ำกลมเกาะทั่วใบเปียกปอนคล้ายโลกแน่นิ่งหากเพียงนอนพักในหลับไหลหาใช่ดับตาย แลมองขึ้นไปเห็นนทีใหญ่เป็นสายธารดาวคือทางช้างเผือกที่เขาเรียกขานแต่โลหิตกระเซ็นเข้าบังตาอยู่ช้านานขาวสล้างจึงกลับเห็นขุ่นเป็นตมแดง ขณะบนผืนพิภพเบื้องล่างอีกครั้งสายน้ำใหญ่ไหลหลั่งหล่อเลี้ยงดังสายเลือดสีชาดฉานจากบรรพตสัณฐานบัวตูมก้อนหทัยงามไหลสู่มหาสมุทรหลาม…เพื่อรอระเหยหายเป็นไอคืนเมฆา เพื่อทนทานการบดอัดขัดสีในเนื้อน้ำฉ่ำชุ่มที่อากาศโอบอุ้มลมหมุนพัดหอบสูงก่อเกิดพลานุภาพคือสายฟ้าแปลบปลาบดูน่าหวาดผวาทารุณฟันฟาดวินาศสูญเป็นเร้นลับอัศจรรย์แก่ชนทั้งหลายแต่บรรพกาเล แม้ลึกเร้นลงไปใต้เปลือกเย็นชาแห่งภูผาหนักทึบยังศิลาหลอมร้อนระอุไหลเวียนอึกทึกรอปะทุขึ้นในแก่นกลางหัวใจแห่งปฐพีที่เราเหยียบยืนยังเต้นตุบตึงสูบฉีดลาวาทั้งแผดเผาไฟจากเตาแผ่ซ่านไป ครั้นยามทิวาวันอันวกวุ่นแกนโลกพลิ้วหมุนยกนำสู่สารพัดแสงผองชนก็เริงร่าพากันสรรเสริญที่เติมแรงบ้างก็ขยับขับหมุนนานากิจการไปตามตำแหน่งแห่งที่ตน เมื่อรัตติทมิฬมาทวงคืนค่ำแกนโลกพลัดหมุนกดให้ดำดิ่งลงแดนอัปสูรย์หมู่คนก็ซบหน้าคร่ำครวญหาอาดูรบ้างก็หลับไหลเป็นเบื้อใบ้ไม่รู้แล้ว …

บทกวี

วันเด็ก (พจนาถ พจนาพิทักษ์)

แม้รอยยิ้มมิอาจกลบเสียงไฟสงครามแต่หัวใจบริสุทธิ์…จะทำให้การประหัตประหารทั้งมวลได้อับอายใจบริสุทธิ์…จะทำให้ฝุ่นควันเมือง งดงามเหมือนสายหมอก พวกเด็กๆ มักเป็นผู้ครอบครองน้ำฝนใสไว้ในใจน้ำฝนใสที่จะมาชะล้างใจปนเปื้อนเมื่อเพื่อนผู้ใหญ่ของพวกเขา ลืมไปว่าหัวใจของตัวเองก็เคยบริสุทธิ์เช่นนี้มาก่อนเหมือนกัน เด็ก ๆ เป็นความหมายดั้งเดิมของคำว่า การให้อภัย ความรัก …

บทกวี

วันสบาย (Phrompala)

ตื่นเช้า.. รับลมเบาๆ รู้สึกสดชื่น..อาบน้ำ.. แต่งตัว.. อย่างเรียบง่าย..บ่ายคล้อย.. ลมลอยมา.. ปะทะตัว..นั่งจิบกาแฟ.. อ่านหนังสือดี.. สักหนึ่งเล่ม..ตอนเย็น. .เดินเล่น.. …

บทกวี

รอ..รอ.. (Phrompala)

ก็แค่คนเดินดินธรรมดาจะเห็นค่ากันบ้างหรือเปล่าหนออย่าให้หัวใจมัวแต่เฝ้ารอจนมันท้อรอเธอจนเหนื่อยใจ เมื่อวันนี้มีแต่เธอไม่มีใครแล้วเมื่อไรจะมีฉันในใจเธอหรือวันนั้นสำหรับฉันคงจะเก้อเพราะว่าเธอไม่เคยคิดเหมือนกับฉัน Phrompala

Die Internationale, 1930 by Otto GRIEBEL
บทกวี

รวมพลังเราชาวแรงงาน (ดอกหญ้า)

รวมพลังพวกเราชาวแรงานอย่าให้เขาเผาผลาญแรงงานสิ้นชีวิตนี้มิอาจจะโบยบินสูญสิ้นทั้ง อิสระ และ เสรี รวมพลังกันเถอะพวกเราชาวแรงงานเพื่อพบพาน อิสระ เสรี อันยิ่งใหญ่สิ่งประสงค์มุ่งหวังอยู่ไม่ไกลเพียงพวกเรารวมใจเป็นหนึ่งเดียว ดอกหญ้าแด่นักต่อสู้ผู้ใช้แรงงานทุกท่าน, 23 กันยายน …

บทกวี ศิลปะเพื่อชีวิต ศิลปะเพื่อประชาชน

เกิดในรั้วมหาลัย ไปตายคาโรงเบียร์ (MG)

อย่าไปโทษ คนรุ่นใหม่ ให้มากนักหัดรู้จัก โทษใจ ในตัวบ้างเป็นนักคิด ใยไม่คิด ให้เกิดทางเป็นนักฟัง ใยไม่ห่าง เพลงหากิน เป็นนักร้อง …

บทกวี

กวีที่..ตัวฉัน… (พฤกษา ธาตรี)

…เมื่อดอกไม้ …ออกช่อ …ชวนล่อผึ้ง…เมื่อนกถึง …ปลายทาง …ไม่ห่างหาย…เมื่อหยาดฝน …หล่นโรย …ลงโปรยปราย…เมื่ออรุณ …เริ่มฉาย …ประกายทอง …เมื่อความหวัง …

บทกวี

เรื่องราว…จากดินแดนสีแดง (ส.ลมพา)

เปรียบฝนที่หล่นสายก็เปรียบได้ดังฝนกรดเปรียบน้ำที่หลั่งรดได้ดั่งหยดหยาดน้ำตา หากฟ้าที่มองเห็นก็เปรียบเช่นดั่งเดนฟ้าถ้าหากแม้นมีเทวดาก็คลั่งบ้าอำนาจตน หากเสียงที่แสร้งเศร้าก็เสียงเจ้าผู้ฉ้อฉลถ้าว่าเสียง…ที่เศร้า…จนสุดจะทนก็เสียงคน ผู้ถูกคุกคาม หากถามความจริงนั้นก็ป่วยการที่จะถามหากจะหา ความเลวทรามก็โปรดถาม…ผู้ที่มาย่ำยี ที่นี่…ที่ฉันเห็นก็มีให้เห็นไม่ต่างนี้เห็นคนแก้ แค่ขอไปทีเห็นแต่ความอัปรีย์ ของปากกระบอกปืน ฉันเห็น…เจ้าบ้านถูกเชือดเฉือนฉันเห็น…ผู้มาเยือนที่กระหายหื่นมือที่เห็น…ฉันเห็น…เขาถือปืนสิ่งที่เขาหยิบยื่น …

บทกวี

ธาตรี (พฤกษา ธาตรี)

…เสน่ห์หอม …ล้อมกาย …ยามสายฝน…โปรยปรายหล่น …พร่างพรู …ไม่รู้สิ้น…หยดกระเด็น …เซ็นซ่าน …บนลานดิน…ส่งไอกลิ่น …จากป่า …บนธาตรี พฤกษา …