
เหรียญสร้างชาติ ปี 2482 สร้างขึ้นมาตามดำริของ จอมพล ป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี เพื่อเฉลิมฉลองการสร้าง อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน ปี 2482 เป็นเหรียญปั๊มรูปเสมา มีหูในตัว ด้านหน้า เป็นรูปอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย
ด้านหลัง มีอักษรไทยจารึกว่า ‘สร้างชาติ’ เหรียญผิวรมดำ บล็อกกษาปณ์ ออกแบบโดย ศาสตราจารย์ ศิลป์ พีระศรี
เหรียญสร้างชาตินี้ ผ่านพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดสุทัศน์เทพวราราม จากเกจิระดับจตุรเทพแห่งยุค อาทิ
- สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ทรงเป็นองค์ประธานในพิธี
- เจ้าคุณศรีฯ (สนธิ์) เป็นเจ้าพิธี
- หลวงพ่อเดิม วัดหนองโพ
- หลวงพ่อสาย วัดพยัคฆาราม
- หลวงพ่อทองศุข วัดโตนดหลวง
- หลวงพ่อพุก วัดพระยาทำ
- หลวงพ่อจาด วัดบางกระเบา
- หลวงพ่อจง วัดหน้าต่างนอก
- หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม
- หลวงพ่ออี๋ วัดสัตหีบ
- หลวงพ่อดิ่ง วัดบางวัว
- หลวงพ่อเปลี่ยน วัดใต้
- หลวงพ่อผิน วัดโพธิ์กรุ
- หลวงพ่อสุข วัดบันไดทอง
- หลวงพ่อช้าง วัดเขียนเขตต์
- หลวงพ่อปลื้ม วัดปากคลองมะขามเฒ่า
- หลวงพ่อแช่ม วัดตาก้อง
- หลวงพ่อเหลือ วัดสาวชะโงก
- หลวงพ่อรุ่ง วัดท่ากระบือ
- หลวงพ่อโสก วัดปาดคลอง เพชรบุรี
- หลวงพ่อกลิ่น วัดสะพานสูง
- หลวงพ่อฉาย วัดพนัญเชิง
- หลวงพ่อแฉ่ง วัดบางพัง
- หลวงพ่อจันทร์ วัดนางหนู
- หลวงพ่อพุ่ม วัดบางโคล่นอก
- หลวงปู่เผือก วัดกิ่งแก้ว
- หลวงพ่ออ้น วัดบางจาก
- หลวงพ่อใจ วัดเสด็จ
- หลวงพ่อพริ้ง วัดบางประกอก
- หลวงปู่เหมือน วัดโรงหีบ
- พระอาจารย์พา วัดระฆัง
และพระเกจิยุคนั้นอีกหลายรูป
เหรียญสร้างชาติเป็นเหรียญเก่า หายาก ไม่ค่อยมีหมุนเวียนเพราะคนที่มีต่างก็หวงแหนกันมาก ประสบการณ์สูงมาก อานุภาพของเหรียญครบสูตร แก้คุณไสย เมตตามหานิยม แคล้วคลาดปลอดภัย พกพาได้ทุกที่ไม่มีเสื่อม ทหารไทยเคยแขวนไปรบในสงครามอินโดจีนรอดตายกลับมาทุกคน

จอมพลแปลก ขีตะสังคะ หรือ จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีคนที่ 3 ของประเทศไทย ในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง มีนโยบายในการสร้างชาติ เช่น การออกกฎหมายคุ้มครองอุตสาหกรรมภายในประเทศ มีการสงวนอาชีพบางอย่างไว้เฉพาะคนไทย และปลูกฝังให้ประชาชนนิยมใช้สินค้าไทย ด้วยคำขวัญว่า “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยเจริญ” มีการเปลี่ยนชื่อประเทศจาก ‘สยาม’ เป็น ‘ไทย’ ในวันที่ 24 มิถุนายน 2482 และเปลี่ยนวันขึ้นปีใหม่จากวันที่ 1 เมษายน เป็นวันที่ 1 มกราคมของทุกปี เพื่อให้สอดคล้องกับสากล
อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ถนนราชดำเนิน เป็นอีกหนึ่งในผลงานของรัฐบาล ที่เกิดขึ้นจากดำริของจอมพล ป. พิบูลสงคราม มีจุดมุ่งหมายเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังรำลึกถึงความสามัคคีกลทเกลียวในชาติ และพิทักษ์รัฐธรรมนูญของชาติ ตลอดจนการปกครองในระบอบประชาธิปไตยนี้นำมาซึ่งความสถาพรแก่ชาติ โดยสร้างขึ้นตามการออกแบบโดย หม่อมหลวงปุ่ม มาลากุล ส่งเข้าประกวดการออกแบบอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย และได้รางวัลชนะเลิศ

การก่อสร้างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยนั้น รัฐบาลได้แต่งตั้งคณะกรรมการทำหน้าที่ควบคุมการก่อสร้าง โดยมี ศาสตราจารย์ศิลป์ พีระศรี เป็นผู้ควบคุมการก่อสร้าง และ สิทธิเดช แสงหิรัญ เป็นผู้ช่วยปั้นอนุสาวรีย์
พิธีก่อฤกษ์อนุสาวรีย์ได้ถือฤกษ์วันชาติไทยในขณะนั้น คือ วันที่ 24 มิถนายน 2482 เป็นวันก่อฤกษ์ โดย จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี มาเป็นประธานในพิธีมณฑล พิธีเริ่มต้นขึ้นในเวลา 9 นาฬิกา 16 นาที เสร็จสิ้นเมื่อเวลา 9 นาฬิกา 57 นาที
จอมพล ป. พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี ได้กล่าวไว้ในพิธีเปิดอนุสาวรีย์ตอนหนึ่งว่า “อนุสาวรีย์นี้จะเป็นศูนย์กลางแห่งความเจริญก้าวหน้าทั้งมวล เป็นต้นว่า ถนนสายต่าง ๆ ที่จะออกจากกรุงเทพฯ ไปยังหัวเมืองก็จะนับต้นทางจากอนุสาวรีย์นี้ ถนนราชดำเนินซึ่งเป็นแนวของอนุสาวรีย์ก็กำลังสร้างอาคารให้สง่างามเป็นที่เชิดชูเกียรติของประเทศ และเป็นการสนองพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระปิยมหาราช ที่ทรงตั้งพระราชหฤทัยจะทำให้ถนนนี้เป็นที่เชิดชูยิ่ง”
