เหรียญหลวงพ่อโต (นิ่ม) วัดบางพลีใหญ่ใน จ.สมุทรปราการ ปี 2520

วัดบางพลีใหญ่ หรือ วัดพลับพลาชัยชนะสงคราม อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตั้งอยู่ริมคลองสำโรง มีพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประดิษฐานอยู่ คือ หลวงพ่อโต พระพุทธรูปสมัยสุโขทัย ปางมารวิชัย (สะดุ้งมาร) องค์พระเป็นทองสำริดทั้งองค์ หน้าตักกว้าง 3 ศอก 1 คืบ ลืมพระเนตร เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง อันเป็นที่เคารพสักการะของชาวบางพลี และพุทธศาสนิกชนทั่วทุกสารทิศมา

เหรียญหลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน จ.สมุทรปราการ สร้างปี 2520 เป็นหนึ่งในพระเครื่องยอดนิยมของชาวสมุทรปราการ เป็นวัตถุมงคลที่ผู้นำไปใช้แล้วมีประสบการณ์ด้านต่าง ๆ มากมาย โดยจะเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า รุ่น “โตนิ่ม” และรุ่น “ปลดหนี้” ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปีนั้น

เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2520 หลวงพ่อโต ซึ่งองค์พระเป็นทองสำริดกลับแสดงปาฏิหาริย์ “เนื้อนิ่ม” เหมือนเนื้อคนทั่วไป หนังสือพิมพ์ทุกฉบับพากันมาทำข่าว ลงข่าวที่น่าอัศจรรย์ใจนี้ ประชาชนจากทั่วทุกสารทิศพากันมาชมบารมี ผู้คนจึงเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า รุ่นโตนิ่ม ต่อมาในปี 2522 ได้เกิดปรากฏการณ์เช่นนี้อีกครั้ง นับเป็นเรื่องแปลกมหัศจรรย์

ในช่วงเวลาปี 2520 เกิดน้ำท่วมวัด หลังจากอุทกภัยพ้นผ่าน วัดจึงจำเป็นต้องทำนุบำรุง บูรณะอาคารสถานที่ที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม จึงจำเป็นต้องกู้หนี้ยืมสินมาใช้จ่าย ต่อมามีการสร้างพระเครื่องวัตถุมงคล เหรียญหลวงพ่อโต ปี 2520 เพื่อให้พุทธศาสนิกชนได้เช่าบูชา จนรายได้จากการเช่าบูชานี้ สามารถนำมาชำระหนี้สินต่าง ๆ ที่ทางวัดบางพลีใหญ่ในมีอยู่ได้หมด หรือปลดหนี้ได้นั่นเอง ผู้คนจึงเรียกเหรียญรุ่นนี้ว่า รุ่นปลดหนี้

ตำนานความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโต

ตำนานที่ 1 ได้เล่าสืบกันมาว่า มีประวัติความเป็นมากล่าวขานสืบต่อกันมาว่า มีพระพุทธรูป 3 องค์ เป็นพี่น้องกัน ได้แสดงอภินิหารลอยตามน้ำมา ผ่านชุมชนหลายแห่ง คนในท้องถิ่นจำนวนมากช่วยกันอัญเชิญขึ้นฝั่ง แต่ก็ไม่สามารถอัญเชิญขึ้นประดิษฐานบนฝั่งได้ ภายหลังพระพุทธรูปทั้ง 3 องค์ได้แยกย้ายกันไปประดิษฐานในที่ต่าง ๆ

  • องค์ที่หนึ่ง คือ หลวงพ่อวัดบ้านแหลม ซึ่งเป็นองค์พี่ ได้รับการอาราธนาขึ้นประดิษฐานที่ วัดบ้านแหลม หรือ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร จ.สมุทรสงคราม
  • องค์กลาง หลวงพ่อโสธร ถูกอาราธนาขึ้นประดิษฐานที่ วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา
  • สำหรับองค์น้อง หลวงพ่อโต ได้ลอยเข้ามาในคลองสำโรง ชาวบ้านได้อาราธนาท่านขึ้นที่ปากคลองสำโรง แต่ไม่สำเร็จ จึงช่วยกันต่อแพชะลอไว้ แล้วอธิษฐานว่า “หากท่านประสงค์จะขึ้นโปรดที่ใด ก็ขอจงได้แสดงอภินิหารให้แพที่ลอยมาจงหยุด ณ ที่นั้นเถิด” เมื่อแพลอยมาถึงบริเวณหน้า วัดบางพลีใหญ่ใน แพที่ผูกชะลอองค์ท่านหยุดนิ่ง ชาวบ้านจึงอาราธนาขึ้นประดิษฐาน

อีกตำนานหนึ่ง มีเรื่องราวคล้าย ๆ กัน กล่าวคือ มีพี่น้องชาวเหนือ 5 คน บวชเป็นพระภิกษุบำเพ็ญเพียรจนสำเร็จโสดาบัน มีฤทธิ์และอำนาจจิตสูง ต่อมาพระภิกษุพี่น้องทั้ง 5 รูป พร้อมใจกันตั้งสัจอธิษฐานว่า เกิดมาชาตินี้จะขอบำเพ็ญบารมีช่วยเหลือสัตว์โลกให้พ้นทุกข์ แม้ตายไปแล้วจะขอสร้างบารมีต่อไปจนกว่าจะถึงซึ่งพระนิพพาน ครั้นพระอริยเจ้าทั้ง 5 รูปดับขันธ์ไปแล้ว ก็ได้สถิตอยู่ในพระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ และมีความปรารถนาที่จะช่วยดับทุกข์ให้กับคนทางใต้ จึงพร้อมใจกันแสดงฤทธิ์ให้พระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ลอยน้ำมาตามแม่น้ำ 5 สาย

ในเวลาต่อมา เมื่อราษฎรตามริมฝั่งแม่น้ำพบเห็นพระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ลอยน้ำมาก็พากันเลื่อมใส แล้วอัญเชิญพระพุทธรูปทั้ง 5 องค์ขึ้นประดิษฐานยังวัดต่าง ๆ ดังนี้

  • องค์ที่ 1 ลอยไปตามแม่น้ำบางปะกง ถูกอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่ วัดโสธรวรารามวรวิหาร จ.ฉะเชิงเทรา เรียกว่า พระพุทธโสธร หรือ หลวงพ่อโสธร
  • องค์ที่ 2 ลอยไปตาม แม่น้ำนครชัยศรี ถูกอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่ วัดไร่ขิง จ.นครปฐม เรียกว่า หลวงพ่อวัดไร่ขิง
  • องค์ที่ 3 ลอยไปตามแม่น้ำเจ้าพระยา ถูกอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่ วัดบางพลีใหญ่ใน จ.สมุทรปราการ เรียกว่า หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน
  • องค์ที่ 4 ลอยไปตาม แม่น้ำเพชรบุรี ถูกอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่ วัดเขาตะเครา จ.เพชรบุรี เรียกว่า หลวงพ่อวัดเขาตะเครา 
  • องค์ที่ 5 ลอยไปตาม แม่น้ำแม่กลอง ถูกอัญเชิญขึ้นประดิษฐานที่ วัดเพชรสมุทรวรวิหาร หรือ วัดบ้านแหลม จ.สมุทรสงคราม เรียกว่า หลวงพ่อวัดบ้านแหลม
หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน จ.สมุทรปราการ

ปาฏิหาริย์…หลวงพ่อโต

เมื่อคราวสร้างพระอุโบสถเสร็จใหม่ ๆ ช่างได้วัดขนาดช่องประตูพระอุโบสถกับขนาดองค์หลวงพ่อโต ปรากฏว่าช่องประตูใหญ่กว่าองค์พระประมาณ 5 นิ้ว แปลว่าสามารถนำองค์หลวงพ่อโตผ่านเข้าไปได้  แต่พอถึงคราวอาราธนาจริง ๆ กลับปรากฏว่าขนาดองค์หลวงพ่อใหญ่กว่าประตูมาก คณะกรรมการและประชาชนจำนวนหนึ่งเห็นว่าควรทุบช่องประตูทิ้ง แต่อีกจำนวนหนึ่งเชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ของหลวงพ่อโต จึงได้พร้อมใจกันอธิษฐานขอให้หลวงพ่อโตสามารถผ่านเข้าประตูได้เพื่อเป็นมิ่งขวัญคุ้มครองชาวบางพลีสืบไป และเมื่ออธิษฐานเสร็จก็อาราธนาหลวงพ่อโตผ่านเข้าประตูได้โดยสะดวก

น้ำมนต์หลวงพ่อโต เลื่องลือในด้านการรักษาผู้เจ็บป่วยให้ทุเลาลงจนหายเป็นปกติได้ ท่านผู้หญิงบุญหลง พหลพลพยุหเสนา ภริยาของ พระยาพหลพลพยุหเสนา (พจน์ พหลโยธิน) อดีตนายกรัฐมนตรี เคยเล่าให้กับผู้ใกล้ชิดฟังว่า ท่านเคยป่วยหนักด้วยโรคมะเร็งที่บริเวณลำคอ ตรงใต้ลิ้น ได้รับความทรมานมาก รับประทานอาหารไม่ได้ นอนไม่หลับเป็นเวลาแรมปี ร่างกายก็ซูบผอมลงจนเป็นที่น่าวิตก แพทย์ที่รักษาได้แนะนำให้ท่านผ่าตัดหรือฉายรังสี อาจจะทุเลาหรือหายจากโรคร้ายนี้ได้ แต่ท่านผู้หญิงฯ นิยมการรักษาแบบโบราณ ทั้งยังเคยได้ยินว่าการรักษามะเร็งด้วยการผ่าตัดหรือฉายรังสีนั้นอาจทำให้เชื้อมะเร็งลุกลามไปใหญ่โต ท่านจึงไม่ยอมปฏิบัติตามคำแนะนำของนายแพทย์ ท่านพยายามขวนขวายหายาไทยมารักษา ทั้งยาต้ม ยาเม็ดแผนปัจจุบัน แต่ก็ไม่สามารถช่วยให้มะเร็งที่ลำคอบรรเทาลง ตรงกันข้ามอาการกลับเลวร้ายลง

วันหนึ่งมีคนมาบอกเล่าถึง พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบ้านเรียกกันว่า หลวงพ่อโต วัดบางพลีใหญ่ใน สามารถรักษาโรคต่าง ๆ ได้ ท่านผู้หญิงฯ จึงเดินทางไปนมัสการหลวงพ่อและขอน้ำมนต์มาใช้ทาแผลใต้ลิ้นและบริเวณลำคอด้านนอก จิบดื่มไปด้วย ผลปรากฏว่าแผลที่บวมเป็นก้อนใต้ลิ้นแตกทะลักออกมานอกลำคอ เป็นก้อนแข็งสีเขียวคล้ำคล้ายหัวฝี มีลักษณะเป็นหนองข้นเหนียวเหนอะคล้ายกาว หลังจากนั้นไม่กี่วัน แผลแห้งสนิท ไม่มีรอยแผลเป็นแม้แต่น้อย ท่านผู้หญิงฯ หายวันหายคืนจากนั้นมา

เหรียญหลวงพ่อโต ชาวบ้านนิยมนำมาคล้องคอบุตรหลาน เป็นที่เลื่องลือในความศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเด็ก ๆ พลัดตกน้ำกลับลอยได้ไม่เป็นอันตรายแต่อย่างใด อีกทั้งบารมีของหลวงพ่อโตที่คุ้มครองชุมชนบางพลีให้ปลอดภัยจากอัคคีภัย ในขณะที่ชุมชนโดยรอบ อาทิ ตลาดบางบ่อ ตลาดจระเข้ ตลาดคลองด่าน ล้วนแต่ประสบกับอัคคีภัยมาแล้วทั้งสิ้น