
Photo by ร้านพระเครื่อง “วังไทรกรุ๊ป”
พระชัยวัฒน์ พิมพ์ป้อมเล็ก ฐานสูง หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว จัดเป็นพระชัยวัฒน์ยอดนิยมที่มีอายุเก่าแก่เกิน 100 ปี โดย พระเกจิฯ เลื่องชื่อ ผู้สร้างตำนานเหรียญหล่อเจ้าสัวอันเกรียงไกร นับเป็นรุ่นนิยมมากอีกรุ่นหนึ่งของหลวงปู่บุญ นอกจากจะเป็นพระชัยวัฒน์ “รุ่นแรก” และรุ่นเดียวของหลวงปู่บุญ ยังถูกจัดให้อยู่ 1 ใน 5 เบญจภาคีของพระชัยวัฒน์ซึ่งเป็นที่สุดในเมืองไทย อันประกอบด้วย
- พระชัยวัฒน์ท่านเจ้ามา วัดจักรวรรดิ (วัดสามปลื้ม)
- พระชัยวัฒน์หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว
- พระชัยวัฒน์สมเด็จ สังฆราชแพ วัดสุทัศน์ฯ
- พระชัยวัฒน์หลวงปู่เอี่ยม วัดหนัง
- พระชัยวัฒน์พระครูลืม วัดอรุณ (วัดแจ้ง)
พระชัยวัฒน์ หลวงปู่บุญท่านได้สร้างพร้อมกันหลายพิมพ์ เช่น พิมพ์ชะลูด พิมพ์ต้อ พิมพ์คอหนอก และพิมพ์ป้อมใหญ่-ป้อมเล็กซึ่งสร้างในปี รัตนโกสินทร์ศก 118 (รศ. 118) หรือประมาณปี 2444 พิมพ์ที่นิยมสุดและหายากที่สุดคือพิมพ์ชะลูดที่มีจารึกเป็นตัวนูนที่ใต้ฐานว่า “ร.ศ.๑๑๘” เป็นเลขไทย ซึ่งจะจารึกเฉพาะยอดสุดของช่อพระชัยวัฒน์พิมพ์ชะลูดซึ่งมีช่อละองค์เท่านั้น
หลวงปู่ท่านได้จัดสร้างพิธีใหญ่มาก จัดพิธี 7 วัน 7คืน มีพระมาเจริญพุทธมนต์วันละหลายสิบองค์ พิธีในการสร้างพระชัยวัฒน์สร้างยากมาก ทำให้หลวงปู่บุญท่านสร้างเพียงแค่ครั้งเดียวหลังจากนั้นไม่ได้สร้างอีกเลย
พระชัยวัฒน์ พิมพ์ป้อมเล็กมีลักษณะประทับนั่งสมาธิบนอาสนะบัวสองชั้นปรากฏเส้นสังฆาฏิยาวพาดลงมาชนมือ พระพักตร์จะไม่ชัด ใต้ฐานจะเห็นก้านชนวนพร้อมรอยตัด จุดพิจารณาของพระพิมพ์นี้ นอกจากพิมพ์ที่ถูกต้องแล้ว มวลสารโลหะผสมต้องแห้งเก่า รวมถึงหรดาลสีเหลืองแห้งสดใสเป็นธรรมชาติ ชาดที่ทาปิดไว้ก็ปรากฏความแห้ง ปรากฏความเก่าทั่วถึงกันทั้งองค์
เล่ากันว่า พระพิมพ์นี้ถ้าเช่าบูชาก่อนปี 2516 จะมีรอยจารอักขระตัว “เฑาะว์มหาอุด” ตรงรอยตัดก้านชนวน ซึ่งเป็นรอยจารที่หลวงปู่เพิ่มได้จารไว้ในยุคนั้น ส่วนที่นำออกมาให้บูชาหลังปี 2516 จะไม่มีรอยจารอักขระแล้ว นอกจากนำไปให้หลวงปู่เพิ่มจารเป็นพิเศษเท่านั้น
พระชัยวัฒน์ พิมพ์ป้อมเล็กฐานสูง มีจำนวนการสร้างที่มากกว่าทุกพิมพ์ มีทั้งลงรักปิดทองเก่าเดิมมา ลงชาดอย่างเดียว หรือลงชาดปิดทอง หรือทาด้วยหรดาลสีเหลืองและลงชาดทับเหมือนองค์นี้ บางองค์ที่เนื้อกลับดำสนิทแต่เป็นส่วนน้อย ซึ่งองค์ที่เนื้อกลับดำสนิทมักจะเป็นองค์ที่อยู่บนยอดพุ่มเท่านั้น เพราะน้ำหนักมวลสารผสมที่ใช้ในการหล่อคือเงินและทองคำซึ่งเป็นส่วนผสมจะตกลงมาอยู่ล่างสุดก็คือองค์ยอดช่อนั่นเอง ซึ่งขณะเทน้ำทองนั้นจะกลับช่อลงล่าง โลหะที่มีมวลหนักกว่าสารอื่นเช่นทองคำและเงินจะไปรวมอยู่ที่ปลายสุดก็คือองค์ยอดช่อนั่นเอง
มีบันทึกจากการสัมภาษณ์ หลวงปู่เพิ่ม เรื่องความสัมพันธ์ระหว่าง สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็น “พระเทพโมฬี” กับ หลวงปู่บุญ ยุคของการสร้างพระชัยวัฒน์ในปี 2444 นั้น สมเด็จพระสังฆราช (แพ) ท่านเสด็จมาค้างกับ หลวงปู่บุญ เป็นประจำและมาค้างที่วัดกลางบางแก้วคราวละหลายคืน และหลวงปู่ขณะยังเป็นสามเณรอยู่ก็ได้เข้าไปรับใช้อย่างใกล้ชิด ดังนั้นน่าจะสันนิษฐานได้ว่าการสร้างพระชัยวัฒน์ของหลวงปู่บุญนั้นสมเด็จพระสังฆราช (แพ) น่าจะมีส่วนร่วมในการสร้างด้วย
กระแสเนื้อโลหะทั้งหมดจะเป็นทองเหลืองแบบทองผสม มีวรรณะของเนื้อโลหะออกไปทางเหลืองอมเขียว ยกเว้นพระชัยวัฒน์บางองค์มีการทาหรดาลสีเหลืองทับ หรือลงรักปิดทองเก่าเดิมมา ลงชาดอย่างเดียว ลงชาดปิดทอง หรือทาด้วยหรดาลสีเหลืองและลงชาดทับ ทองเหลืองล้วน บางองค์ที่เนื้อกลับดำสนิทแต่เป็นส่วนน้อย
ในยุคแรกหลวงปู่บุญก็ได้แจกพระชัยวัฒน์ให้กับลูกศิษย์ที่ศรัทธา ที่เหลือท่านได้เก็บเข้ากรุไว้บนเพดานมณฑปภายในวัดกลางบางแก้ว และต่อมาทางวัดเปิดกรุเมื่อปี 2516 และนำออกให้ทำบุญพร้อมกับพระเครื่องรุ่นอื่น ในสมัยนั้นทางวัดให้ทำบุญพระชัยวัฒน์แค่องค์ละ 100-200 บาทเท่านั้น ไปถึงก็ใช้คีมตัดจากช่อเองเลย บางคนก็เช่ายกเป็นช่อไป
พุทธคุณโดดเด่นรอบด้าน ทั้งเมตตามหานิยม มหาลาภ ความเจริญก้าวหน้าเจริญรุ่งเรือง แคล้วคลาดปลอดภัย คงกระพันชาตรี มีชัยชนะในทุกด้านตามชื่อ

หลวงปู่บุญ ขันธโชติ วัดกลางบางแก้ว จ.นครปฐม ยอดพระเกจิอาจารย์ชื่อดังผู้เข้มขลังทางวิทยาคม มีตบะสมาธิและวิถีแห่งญาณแก่กล้า จนเป็นที่ยอมรับยกย่องของพระคณาจารย์ร่วมยุคร่วมสมัยหลายรูป เกิดวันจันทร์ที่ 3 ก.ค.2391 ณ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร
เมื่อช่วงแรกเกิด ป่วยหนักจนไม่หายใจ ในที่สุดบิดามารดาเข้าใจว่าเด็กทารกตายจึงเตรียมจะเอาไปฝัง แต่ปรากฏว่ายังไม่ทันที่จะได้ฝัง เด็กทารกกลับฟื้นขึ้นมาอย่างน่าอัศจรรย์ จึงได้ถือเอาเหตุนี้ตั้งชื่อให้แก่ท่านว่า บุญ
อายุ 13 ปี บิดาถึงแก่กรรม ป้าจึงนำไปฝากให้ศึกษาเล่าเรียนอยู่กับพระปลัดทอง ที่วัดกลาง สมัยนั้นมีชื่อว่า วัดคงคาราม (ปากคลองบางแก้ว) อ.นครชัยศรี
อายุ 15 ปีเต็ม พระปลัดทอง ประกอบพิธีบรรพชาให้ และได้อบรมสั่งสอนวิชาความรู้ต่าง ๆ แต่ด้วยมีความจำเป็นต้องลาสิกขา เพราะป่วยไข้เบียดเบียน
ต่อมามีโอกาสอุปสมบท เมื่ออายุ 22 ปี ที่พัทธสีมา วัดกลางบางแก้ว เมื่อวันจันทร์ที่ 21 มิถุนายน 2412 มีพระปลัดปาน เจ้าอาวาสวัดพิไทยทาราม (วัดตุ๊กตา) เป็นพระอุปัชฌาย์ ได้ขนานนามฉายาให้ว่า ขันธโชติ
กล่าวกันว่า อาจารย์ของหลวงปู่บุญ มี 2 รูป คือ พระปลัดทอง และ พระอธิการปาน ที่มีบทบาทและความสำคัญอย่างมากในการถ่ายทอดสรรพวิชาต่าง ๆ
หลวงปู่บุญ มีชื่อเสียงในการจัดสร้างวัตถุมงคลเครื่องราง “เบี้ยแก้” ที่มีพุทธคุณป้องกันและแก้สิ่งชั่วร้ายเสนียดจัญไร
คณาจารย์ยุคเก่าที่สร้างเครื่องรางประเภทเบี้ยแก้ที่มีชื่อเสียงมากที่สุด มีอยู่เพียง 2 รูปคือ หลวงปู่บุญ วัดกลางบางแก้ว และหลวงปู่รอด วัดนายโรง
หลวงปู่บุญมรณภาพเมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2478 สิริอายุ 89 พรรษา 67
ข้อมูลโดย สมาคมผู้นิยมพระเครื่องพระบูชาไทย และ ข่าวสด ออนไลน์
